ใจมันได้! “โค้ชบู”ยกนิ้วลูกทีมหัวใจแกร่งหวังชูโทรฟี่ระดับประเทศ

“โค้ชบู” ชำนาญ แพรขุนทด แม่ทัพ “นักรบเซไล” เมืองเลย ยูไนเต็ด ยกนิ้วหัวจิตหัวใจนักเตะแข็งแกร่ง ใช้เวลา 10 กว่านาทีสุดท้ายพลิกแซงเอาชนะ วัดโบสถ์ ซิตี้ 2-1 ได้เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 3 สมใจ เผยเคล็ดลับปลุกเร้าด้วยวลีเด็ด เสียเวลามา 1 ปีจะไม่ยอมให้เสียเปล่า พร้อมตั้งเป้าเข้าชิงแชมป์ไทยลีก 4 ระดับประเทศหากได้โทรฟี่แชมป์จะเป็นโบนัสชั้นยอดของทีม

ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการพาทีม”นักรบเซไล” เมืองเลย ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นสู่ศึกออมสินลีกโปร ฤดูกาล 2020 ได้สำเร็จสำหรับ “โค้ชบู” ชำนาญ แพรขุนทด ล่าสุดออกมาเผยเคล็ดลับพาทีมแซงชนะ วัดโบสถ์ ซิตี้ ในช่วงท้ายเกมว่าเราเสียเวลามา 1 ปี จะไม่ยอมให้เสียไปแบบเปล่าประโยชน์เด็ดขาดจนทำให้ลูกทีมวิ่งสู้ฟัดจนนำมาซึ่งชัยชนะในที่สุด 

“เราค่อนข้างที่จะทำการบ้านเยอะเหมือนกันในเกมเจอกับ วัดโบสถ์ ซิตี้ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเราเป็นรองเขาทั้งตัวต่างชาติและตัวไทยที่ทีมเขาเองเก๋าเกมกว่าเยอะ เรียกได้ว่ารายละเอียดเล็กๆน้อยๆอย่าง การล้างใบเหลืองของตัวหลัก ก็ต้องทำตั้งแต่ฤดูกาลปกติเพื่อไม่ให้ติดตัวมาถึงเกมสำคัญในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งก็ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ”

“โค้ชบู” ยังกล่าวอีกว่า “อย่างไรก็ตามต้องยกเครดิตให้กับนักเตะด้วยที่ทุกคนวิ่งสู้ฟัดไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ผมพยายามปลุกเร้าว่า เราเสียเวลากันมาเป็นปีแล้ว จะไม่ยอมให้มันเสียไปโดยเปล่าประโยชน์แน่ อีกทั้งซ้อมกันมาก่อนเกมทั้งสัปดาห์ซักซ้อมความเข้าใจเรื่องของแทคติกรวมถึงความฟิตให้ถึง 90 นาที ทุกคนก็ทำได้ทำผลงานตามเป้าหมาย”

“แน่นอนว่าเราเลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก 3 ได้ นั่นคือบรรลุเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว สเต็บต่อไปคือการพยายามพาทีมเข้าชิงชนะเลิศกับอันดับ 1 ของกลุ่มบี ให้ได้ ถ้าได้แชมป์ประเทศผมก็ถือว่าเป็นโบนัสไป”  

เครดิตภาพ : สโมสรฟุตบอลเมืองเลย ยูไนเต็ด