‘ดรีม ลำดวนทอง’ : คนล้มอย่าซ้ำ!!

Week7(ดรีม ลำดวนทอง)

ไทยไฟต์ยังต้องอาย!! เมื่ออินเนอร์มาเกินขอบเขต…

หลายๆครั้งที่ผมเคยเห็นอารมณ์ร่วมของเฮดโค้ช, ผู้จัดการทีม ที่แสดงอาการคัดค้านการตัดสินจนต้องถูกผู้ตัดสินเชิญขึ้นไปนั่งสงบสติอารมณ์บนอัฒจรรย์หรือนอกสนาม แต่ทว่าในเกมล่าสุดแม้จะรอดพ้นคำพิพากษาจากตุลาการสนาม แต่แฟนบอลหลายๆคน ก็ยังรู้สึกว่ามันมีเหตุการณ์ที่ทำเกินกว่าเหตุอยู่ดี

จากเกมที่ ม.เกษตรศาสตร์ เอฟซี เปิดบ้านเฉือน เชียงใหม่ เอฟซี 3-2 ในเกมล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงนาทีสุดท้ายก่อนชดเชยเวลาการแข่งขัน ได้มีการปะทะกันขอบสนามตั้งแต่ด้านในจนถึงด้านนอก จากกรณีที่ อนุพันธ์ พลับเกลี้ยง นักเตะหมายเลข 22 ของเชียงใหม่ เอฟซี ปะทะในเกมกับแข้งของ “นาคามรกต” จนเสียหลักกระเด็นออกนอกสนามบริเวณม้านั่งสำรองของเจ้าบ้าน ที่มี “โค้ชชู” ชูศักดิ์ ศรีภูมิ กุนซือใหญ่ยืนอยู่ จนไถลไปชน ล้มทั้งยืน

มองยังๆ คงเป็นไปไมได้ที่นักเตะจะตั้งใจชนเฮดโค้ชฝ่ายตรงข้ามเพราะมันเกิดจากการเสียการทรงตัวแล้วนั่นเอง แต่ทว่าสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็ภาพเหตุการณ์ที่กุนซือรายดังกล่าว กดข้อศอกลงที่บริเวณใบหน้าของนักเตะ “พยัคฆ์ล้านนา” ที่กำลังสะพัดในโลกโซเชี่ยลอยู่ขณะนี้ ว่าอาจจะเป็นท่า “ฤาษีบดยา” จากแม่ไม้มวยไทย จนต้องเอามือกุมขยับหมอบอยู่กับพื้นไปนานสองนานเพราะความเจ็บปวด จนสร้างความไม่พอใจให้บรรดาทีมงานผู้มาเยือน และหวิดที่มีกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้เล่นและผู้ฝึกสอนฝ่ายตรงข้าม

กระนั้นก็ดียังมีทีมงานสต๊าฟของทีมเจ้าถิ่นเข้าไปช่วยดูอาการ และแข้งอีกบางส่วนของเชียงใหม่ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์และควบคุมอารมณ์ได้ดี ก็เข้าห้ามทั้งสองฝ่ายออกจากกัน จนทำให้เกมหยุดชะงัก

นี่คือสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นในวงการฟุตบอลไทย เข้าใจว่าอารมณ์ความรู้สึกร่วมกับเกมการแข่งขันอาจจะมีมาก เพราะด้วยแรงกดดันจากรอบข้างในการทำหน้าที่ มันก็อาจจะเป็นพลังระเบิดออกมาจนเกิดเป็นพฤติกรรมด้านลบดังกล่าว

จากการที่ผมได้สอบถามเคสนี้จากผู้ตัดสิน และผู้ควบคุมการแข่งขัน ส่วนหนึ่งของสมาคมฟุตบอลฯ ก็ได้ร่วมกันอภิปรายว่าเหตุการณ์นี้หากผู้ตัดสินในสนามเห็นเหตุการณ์นี้ชัดเจน ก็สามารถเชิญผู้ฝึกสอนขึ้นไปนั่งชมเกมนอกสนามได้เช่นกัน เพราะดูซ้ำๆแล้ว ก็มองได้ว่าเป็นการเจตนาทำร้ายร่างกายฝ่ายตรงข้ามค่อนข้างชัดเจน

อย่างไรก็ตามผู้ที่รู้ดีที่สุดคงจะเป็นตัวผู้ฝึกสอนท่านนี้เองนั่นแหละ ว่าการกระทำที่ถูกโหมในสื่อออนไลน์ขณะนี้ เป็นการเจตนาจากอารมณ์ร่วมในเกมหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มันอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ตนเองในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงภาพลักษณ์ของสโมสรต้นสังกัด ที่เรียกได้ว่าเป็นนายจ้างนั่นเอง

เรื่องนี้คงไม่รอดการพิจารณาโทษเป็นแน่ ซึ่งหลังจบเกมคณะกรรมการผู้ตัดสินทั้ง 4 ท่าน ซึ่งอยู่ใกล้เหตุการณ์ที่สุด คงเป็น ผู้ตัดสินและผู้ตัดสินที่ 4 คงจะได้แจ้งกับผู้ประเมินผู้ตัดสิน รวมทั้งผู้ควบคุมการแข่งขันฯ และร่วมกันเขียนรายงานเหตุการณ์ส่งให้คณะกรรมการพิจารณาโทษได้ไตร่ตรอง

หลังจากนี้คงจะได้ตามผลของเหตุการณ์ครั้งนี้ ว่าจะมีบทสรุปรูปแบบไหน แต่ที่สุดแล้วโค้ชใหญ่ของ ม.เกษตรศาสตร์ คงจะต้องมีการถามไถ่อาการหรือขอโทษขอโพยไปนักเตะดาวรุ่งของเชียงใหม่ เอฟซี ที่นอนบนเตียงโรงพยาบาลกันบ้าง เพราะอย่างไรแล้วคนเรามีโอกาสผิดพลาดได้ แต่ทำแล้วต้องยอมรับผิด!! แต่หลังจากนี้ต่อไปคงจะเป็นบทเรียนราคาแพงที่จะต้องควบคุมอารมณ์ให้เหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับการเคารพนับถือจากบรรดานักเตะ

ในวงการทราบกันดีว่ากุนซือรายนี้มีฝีมือในการคุมทีมที่โดดเด่นพอตัว แต่อย่างไรเสียก็พยายามอย่างตกเป็นทาสของอินเนอร์ในตัวก็แล้วกัน อย่าให้ความสามารถที่มีถูกแปดเปื้อนด้วยพฤติกรรมด้านลบ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ถ้าไม่รีบแก้ไข คราวหน้าอาจจะมีโค้ชโดนตะเพิดจากการศอกกลับใส่แข้งตรงข้าม ก่อเกิดเป็นเคสใหม่ขึ้นมาก็ได้น่ะ…

ดรีม ลำดวนทอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

หมดสัญญาใจ! อ.เทวินทร์โบกมือลาอุตรดิตถ์กลับมาปั้นเด็กสวนกุหลาบ

สรุปทีมเลื่อนชั้นสู่ T3! ขอนแก่น,นครปฐมลิ่วเมืองเลย,นอร์ทกรุงเทพชิงตั๋วใบสุดท้าย

PREVIEW THAILEAGUE 4 (CPL) : สายB ยิงกันมันเเน่ (14 ตุลาคม 2018)

เตรียมโม่แข้ง! สุราษฎร์ธานีจัดศึกใหญ่หารายได้ช่วยสโมสรและหลายองค์กร