บรรหาร การินทร์ : จากหัวหอก สู่โกล No.7

บรรหาร

ดาวเตะสารพัดประโยชน์ เป็นวลีติดปากในวงการลูกหนังเพื่อใช้แทนคุณสมบัติของนักเตะที่มีความสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ซึ่งในโลกของฟุตบอลสมัยใหม่ การที่แต่ละทีมมีนักเตะประเภทนี้อยู่นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี

แต่กระนั้นก็ดี เรามักจะคุ้นเคยกับนักเตะที่สามารถเล่นในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นแนวรุกทั้งกองหน้าและปีก ขณะที่แนวรับก็คงจะเป็นเซนเตอร์หรือวิงแบ็คอะไรทำนองนี้ แต่กับนักเตะที่กำลังจะกล่าวถึงนี้ ความสารพัดประโยชน์ของเขากลับเป็นคุณสมบัติที่ตรงข้ามกันสิ้นเชิง อย่างกองหน้าและผู้รักษาประตู ซึ่งน้อยนักที่จะมีให้เห็นในฟุตบอลระดับลีกอาชีพ ที่พ่อค้าแข้งรายหนึ่งจะทำหน้าที่ได้ดีทั้งสองอย่าง และสามารถเล่นให้ต้นสังกัดได้ในฤดูกาลเดียวกัน

“เจ้าปอย” บรรหาร การินทร์ ผู้รักษาประตูวัย 25 กะรัต ผู้ซึ่งสวมเสื้อหมายเลข 7 ที่สะดุดตาแฟนบอลหลายๆคนให้กับ สโมสร ปลวกแดง ระยอง ยูไนเต็ด ในทั้งสองตำแหน่งที่ลงโลดแล่นบนผืนหญ้า จากหนุ่มโรงงานที่จากบ้านเกิด จ.อุบลราชธานี ที่การเรียนเป็นสิ่งที่เดินสวนทางกัน จึงทำให้เขาหันเห เผชิญโชคชะตาด้วยการข้ามฟ้ามาหางานทำในดินแดนโรงงานอุตสาหกรรม ก่อนที่ชีวิตจะพลิกผันหลังจากใช้เวลาว่างจากการทำงาน ออกเดินสายล่าแชมป์ในรายการลูกหนังแถบดินแดนน้ำทะเล จนตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมพาให้เขาไปเตะตาแมวมอง จนถูกชักชวนมาสู่ทีมต้นสังกัดในปัจจุบัน

“ผมเรียน กศน. ที่อุบลฯ ก็ไม่จบ จึงตัดสินใจมาหางานทำที่ระยอง ในตอนนั้นก็เริ่มทำงานโรงงานอยู่ 2 ปี ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นคนขับรถให้เจ้านายฝรั่งอีกปีนึง และก็กลับมาทำงานโรงงานอีกครั้ง ก่อนที่จะมีโอกาสเตะบอลเดินสาย กับคนที่รู้จัก จนทำให้ชีวิตเปลี่ยนมาเป็นนักบอลอาชีพในปัจจุบัน”

จากฟอร์มในตำแหน่งกองหน้าที่โดดเด่นจากบอลเดินสายแถบระยองครั้งนั้น ทำให้ “เจ้าปอย” มีโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในตำแหน่งกองหน้าของ สโมสรปลวกแดง ระยอง ยูไนเต็ด ทั้งๆที่ตำแหน่งดั้งเดิมเริ่มต้นในวัยแรกแย้มลูกหนังคือ นายทวารด่านสุดท้าย ที่พ่วงดีกรีแข้งไทคัพระดับ จ.อุบลราชธานี

“ผมเล่นเป็นโกลมาก่อน สมัยเล่นบอลที่บ้านเกิด ซึ่งก็เคยเล่นไทคัพให้กับอุบลแข่งขันระดับอีสานใต้ที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นเจ้าภาพ ตอนนั้นศรีสะเกษ ที่มี สหภพ เนาวบุตร รุ่นพี่แบ็คขวาในทีมได้แชมป์ไปครอง แต่ตอนมาเตะบอลเดินสายที่ระยอง ผมเลือกเล่นกองหน้าเพราะมีความเร็ว” บรรหารเท้าความถึงจุดเริ่มต้น

ด้วยรูปร่างที่บาง แต่มีความเร็วและความคล่องตัวสูง มีประโยชน์ในการเล่นเกมรุกให้ต้นสังกัด ทำให้บรรหารกระโดดเข้าไปติดทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ของลีกรากหญ้าถึง 2 ครั้ง 2 หน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นอีกหน เมื่อเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บหนัก เอ็นไขว้หน้าขาด ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เร็วปานจรวดดังเดิมได้ แต่ก็ตัดใจหันหลังให้ฟลอร์หญ้าเพื่อรักษาตัวในทันทีไม่ได้ จึงต้องฝืนเจ็บลงรับใช้ต้นสังกัด ด้วยการหวนคืนเฝ้าเสาในตำแหน่งเริ่มต้นประสีประสากับกีฬาลูกหนังในช่วงแรก ก็ได้แค่ฝึกซ้อมเท่านั้น เมื่อปราการด่านสุดท้ายของทีมยังมีนายทวารผิวสีมากประสบการณ์ที่ชื่อ ทอมมี่ ทีฟาลัวร์ ยืนเป็นมือหนึ่ง

แต่กระนั้นฟ้าหลังฝน ยังมีแสงสว่างสาดส่องลงมาเสมอ เมื่อทอมมี่ประสบอุบัติเหตุทำให้ปิดเทอมตลอดเลก 2 ของซีซั่นที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสให้ บรรหาร รับส่งมอบงานที่ท้าทายให้ตำแหน่งผู้รักษาประตูในลีกรากหญ้าของเมืองไทย

“เจ้าปอย” ลงเฝ้าเสาให้กับปลวกแดงด้วยอาการบาดเจ็บที่เกาะไหล่เป็นเงาตามตัวจนจบซีซั่นที่ผ่านมา ก่อนได้เวลาขึ้นเขียงผ่าตัดจากการดูแลเป็นอย่างดีของสโมสรต้นสังกัด จนสลัดอาการบาดเจ็บหายกลับมารับใช้สโมสรได้อีกครั้ง ในช่วงท้ายเลกแรกของฤดูกาล 2017 ที่ผ่านมา พร้อมกับฝึกซ้อมเรียกความฟิตให้เต็มร้อยเพื่อโอกาสในการกลับมาเป็นมือหนึ่งให้กับทีมอีกครั้ง

ซึ่งในเกมเอฟเอ คัพ 2017 รอบ 64 ทีมสุดท้าย นัดล่าสุด ซึ่งทันทีที่ได้โอกาสลงสนามในบอลถ้วย “เจ้าปอย” ก็เป็นผู้เซฟจุดโทษพา “ช้างศึกคะนอง” ล้มยักษ์จากไทยลีก 1 อย่าง อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด สโมสรบ้านเกิด มาหมาดๆ 5-4 หลังจากเสมอกันในเวลา 1-1 และนับเป็นการล้างตาได้สำเร็จ หลังจากปีที่ผ่านมาในรายการเดียวกัน ขุนพลปลวกแดงฯ บุกไปพ่ายในช่วงการดวลฎีกา ตกรอบอย่างน่าเสียดาย ซึ่งแข้งหนุ่มจากเมืองดอกบัวก็บังเอิญได้รับโอกาสให้ลงสนามให้กับทีมในทั้งสองนัดที่มีการดวลเกือกกันอีกด้วย

โดยตลอดทั้งเกมเด็กหนุ่มจาก อ.เขื่องใน จ.อุบลฯ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ใช้ความเร็วอ่านและออกมาตัดเกมรุกของยูเอ็มที ได้อย่างอยู่หมัด พร้อมเซฟจุดโทษพาทีมคว้าชัย จนกลายเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ด้วย ซึ่งหลังจบเกม “เจ้าปอย” ก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษแฟนบอลทีมเยือน ที่ทำให้บ้านเกิดนั้นต้องกระเด็นตกรอบ ด้วยมือของตนเอง เพราะหัวใจของเขาลึกๆแล้ว ก็คอยเชียร์ สโมสรแห่งนี้ให้ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเวทีลีกสูงสุดของเมืองไทย

“จริงๆ แล้วผมเป็นแฟนบอลอุบล ยูเอ็มที บ้านเกิด นี่แหละ ผมก็คอยติดตามผลงาน และส่งใจเชียร์อยู่ตลอด แต่เกมที่ผ่านมาด้วยความเป็นมืออาชีพ จึงต้องเต็มที่เพื่อต้นสังกัด แต่เมื่อทีมบ้านเกิดต้องตกรอบด้วยการเซฟของผมเอง ผมก็ไม่ลังเลที่จะกราบขอโทษแฟนบอลบ้านเกิดด้วยเช่นเดียวกัน”

ความฝันของแข้งอาชีพหลายๆคน คือการได้โอกาสค้าแข้งให้ทีมบ้านเกิด กับแข้งวัยเบญจเพศอย่าง บรรหาร การินทร์ ก็เช่นกัน ที่ใฝ่ฝันจะมีห้วงเวลาเหล่านั้นสักครั้งในชีวิต

“ใครๆก็คงต้องฝันเหมือนผมแหละ ผมตามเชียร์มาตลอดตั้งแต่เล่น ด. 2 จนขึ้นไทยลีก ซึ่งพอเรามาเป็นนักบอลอาชีพ ก็ต้องเกิดความคิดนี่ขึ้น ผมก็อยากจะมีโอกาสสักครั้งในชีวิต ที่จะได้ลงเล่นให้สโมสรบ้านเกิด ต่อหน้าแฟนบอล คนอุบล ก็คงเป็นเรื่องของอนาคต ที่ปัจจุบันเราต้องพยายามทำผลงานให้เต็มที่ ซึ่งอาจจะเป็นบันไดไปให้ถึงจุดนั้นในอนาคต”

ส่วนกับเสื้อผู้รักษาประตูหมายเลข 7 ที่เตะตาพาหลายๆคนสนใจ “เจ้าปอย” ให้คำตอบทิ้งท้ายว่า

“เบอร์ 7 เป็นเบอร์เริ่มต้นการเล่นบอลอาชีพของผมกับตำแหน่งกองหน้า ผมจึงอยากสวมใส่หมายเลขนี้ทุกครั้ง แม้ในตำแหน่งที่ลงในปัจจุบันจะเป็นมือโกลก็ตาม ซึ่งอาจจะดูว่าแปลกตา เพราะเบอร์นี้น่าจะเหมาะสมกับแนวรุกมากกว่า แต่ผมนี่แหละจะทำให้ตำแหน่งผู้รักษาประตู เบอร์ 7 คุ้นตาแฟนบอลให้ได้”

“ดรีมเมอร์”

บทความที่เกี่ยวข้อง

หวานแล้ว! โค้ชนอร์ทกรุงเทพยันผ่าฟอร์มเมืองเลยละเอียด 4 นัดเห็นทะลุ

หมดสัญญาใจ! อ.เทวินทร์โบกมือลาอุตรดิตถ์กลับมาปั้นเด็กสวนกุหลาบ

สรุปทีมเลื่อนชั้นสู่ T3! ขอนแก่น,นครปฐมลิ่วเมืองเลย,นอร์ทกรุงเทพชิงตั๋วใบสุดท้าย

PREVIEW THAILEAGUE 4 (CPL) : สายB ยิงกันมันเเน่ (14 ตุลาคม 2018)