‘ดรีม ลำดวนทอง’ : เช็ค (2) เด้ง ความผิดหวังที่น่ายินดี

Week19(ดรีม ลำดวนทอง)

ช่วงเช้าวันที่ 11 ส.ค. ที่ผมใช้เวลาเลื่อนหน้าจอไอโฟนเล่นอินสตาแกรมดูความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์เป็นปกติ พลันสายตาก็โฟกัสเข้าไปที่ไอจีของ “เจ้าเช็ค” สุภโชค สารชาติ แข้งดาวรุ่งของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่อัพรูปตนเองในยูนิฟอร์มช้างศึกพร้อมกับหลับตาพนมมือไหว้ทำสมาธิก่อนลงสนาม พ่วงแคปชั่นที่ไร้อักขระแต่มีไอคอนอีโมชั่นรูปมือไหว้และลูกฟุตบอล ที่แฝงด้วยความหมายอะไรสักอย่าง

พอเลื่อนดูคอมเม้นท์ใต้ภาพ ก็ละลานตาไปด้วยข้อความให้กำลังใจยอดแข้งวัย 19 กะรัต เป็นแถวยาวเหยียด แต่กระนั้นผมก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับหมอนี่ จนโยกมาชะโงกสายตาในแอพเฟสบุ๊คเท่านั้นแหละถึงกับร้อง อ๋อ!! กึกก้องในภวังค์แห่งความฉงนใจ เมื่อพาดหัวข่าวหลากหลายสำนัก คล้ายๆกันในทำนอง สุภโชค หลุดทีมซีเกมส์ หลังจากการประกาศรายชื่อของ “โค้ชโย่ง” ชุดลุยมาเลเซีย

เรียบเรียงเหตุการณ์เสร็จ จึงพอจะเดาเหตุการณ์ในไอจีออกว่า “เจ้าเช็ค” คงรู้สึกผิดหวังจากกรณีที่ตนเองหลุดจากรายชื่อ 20 คนสุดท้าย จนทำให้หลากหลายสื่อแสดงความคิดเห็นเป็นวงกว้าง และนำมาวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่เจ้าตัวพลาดลุยดินแดนเสือเหลืองในกรณีต่างๆ

และอีกเหตุผลที่บทสัมภาษณ์จากกุนซือใหญ่ผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการเลือกผู้เล่นนั้น ก็ให้เหตุผลว่า เช็คเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ และกลับมาลงสนามได้ไม่นาน สภาพร่างกายจึงอาจจะไม่ฟิตเต็มร้อยที่จะทำศึกทัวร์นาเม้นท์โปรแกรมถี่ๆอย่างซีเกมส์

หลากหลายบทความบนโลกโซเชี่ยล จึงทำให้ผมอยากทราบความรู้สึกจากปากของสุภโชคโดยตรง จนต้องต่อสายหานักเตะที่มีถิ่นกำเนิดจาก ต.หัวเสือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า รู้สึกผิดหวังและเสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะคาดหวังมาตลอดว่าจะติดทีมชุดนี้ แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ซึ่งเข้าใจว่าโค้ชนั้นน่าจะมีเหตุผลในเรื่องของแท็กติกของเขาเอง

หลังจาก “เจ้าเช็ค” หายเจ็บกลับมาก็ได้โอกาสลงสนามไป 4 นัดในไทยลีก 1 พร้อมกับการทำ 2 ประตู เรียกความมั่นใจหลังออกจากโรงหมอ อีกทั้งยังได้มีโอกาสเคาะสนิมกับทีมบุรีรัมย์ บี ในศึกไทยลีก 4 มาตลอดต่อเนื่อง จนเจ้าตัวยืนยันว่า สภาพร่างกายและความฟิตนั้นกลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง ซึ่งสมมติว่าถ้าติดทีมซีเกมส์ จะช่วยทีมได้มากเช่นกัน แต่นั่นคือเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นแล้ว ทีนี้ก็คงต้องหันกลับมาทำหน้าที่ของตนเอง และทำงานให้หนักขึ้น เพื่อพิสูจน์ตนเองในโอกาสต่อไปว่าดีจริง เช็คกล่าว

อย่างไรก็ตามเหมือนจะจมอยู่ในภวังค์แห่งความอกหักได้ไม่ได้ ก็ดันมีรางวัลมาปลอบใจเด้งขึ้นมาให้ได้กลับมายิ้มอีกหน เมื่อการประกาศรายชื่อ 25 นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ ของกุนซือราเยวัช เตรียมลุยฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโซนเอเชียในสองนัดสุดท้าย ที่จะดวลกับ อิรัก และ ออสเตรเลีย นั้น มีเซอร์ไพรส์ให้แข้งดาวรุ่งแห่งถิ่นปราสาทสายฟ้า ได้แปรเปลี่ยนอารมณ์บนใบหน้าให้กลับมามีความยินดีอีกหน

เช็ค บอกว่า “นี่เป็นการขึ้นทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของผม ตกใจเหมือนกันที่ชื่อเราเด้งขึ้นมาในชุดใหญ่ ทั้งที่เพิ่งจะผิดหวังจากซีเกมส์ ซึ่งก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจอยู่เหมือนกัน ถือเป็นโอกาสดีๆในชีวิตการเล่นฟุตบอลของผม ซึ่งถึงแม้ว่าผลการตัดตัวครั้งสุดท้ายจะติดใน 23 คนหรือไม่นั้น ก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลอะไร เพราะการได้ร่วมซ้อมกับพี่ๆทีมชุดใหญ่ในแคมป์ทีมชาติ ถือเป็นกำไรและประสบการณ์ชีวิตที่น่าจดจำแล้ว แต่ผมก็จะพยายามมุ่งมั่นเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ เพราะหวังอยู่ลึกๆที่จะได้ติดทีมชุดลุยบอลโลกเหมือนกัน”

หลังจากพูดคุยกับวันเดอร์คิดลูกหนังไทยในยุคนี้เสร็จ ผมก็เหมือนรู้สึกยินดีกลบความผิดหวังไปพร้อมๆกับไอ้หนูรายนี้เช่นกัน เนื่องจากรับรู้ถึงความตั้งใจของเขา แม้จะด้วยวัยแค่ 19 กะรัต ในตอนนี้ ที่ความสำเร็จต่างๆจะเข้ามาให้เขาได้โอบกอด อาจจะยังเร็วไปในสายตาของหลายๆคน ซึ่งมองว่าเขาอายุยังน้อยอยู่และมีเวลาอีกเยอะที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางสายนี้

แต่ผมกับเขากลับมองคล้ายๆกันว่า ยิ่งเราตบเท้าก้าวมาอยู่ในเส้นทางที่จะไปสู่ความสำเร็จได้เร็วเท่าไหร่ เรายิ่งจะได้เปรียบคนอื่นและมีโอกาสที่จะพัฒนาตนสู่ความสำเร็จได้อย่างมากมายเท่านั้น เช่นกันกับเช็คที่แม้จะผิดหวังจากซีเกมส์หนนี้ แต่ในอีก 2 ปีข้างหน้ายังมีโอกาสอีกอย่างน้อย 2 หน กับอายุที่เหลือตามโควต้า หากเขายังมีโอกาสเล่นในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับการติดทีมชุดใหญ่ลุยบอลโลกตั้งแต่อายุยังน้อยของเขาหากเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้ โอกาสที่เขาจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการพัฒนาตนสู่ยอดนักเตะของเมืองไทยเฉกเช่นเดียวกับเมสซี่เจ ก็มีมากตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม “เช็ค” เองนั่นแหละที่จะเป็นคนที่ทำให้ชีวิตตนเองก้าวหน้าต่อไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับโอกาสที่เข้ามาเสมอ หรือหากเมื่อผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะถอดใจหรือลุกขึ้นมาเดินหน้าต่อไป ให้แปรเปลี่ยนเป็นความสมหวัง

เหมือนที่เจ้าหนูสุภโชค ได้เผยกับผมทิ้งท้ายว่า “บิ๊กเน” คอยให้กำลังใจและเตือนสติอยู่เสมอว่า แม้จะไม่สมหวังในวันนี้ ก็ต้องพยายามทำงานต่อไปและพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราดีพอ ที่สำคัญหากเมื่อเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว ก็อย่าเปลี่ยนไปจนเป็นคนที่ ลืมตัว!! ซึ่งกึกก้องในโสตประสาทของเขาเสมอ…

ดรีม ลำดวนทอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

EXCLUSIVE : 'เบนจามิน ตัน' บริหารการเงินสโมสรอย่างไรให้ยั่งยืน

Reserve Team 2018 : ทีมบี เวทีแจ้งเกิดเหล่าดาวรุ่ง

'อุ้ยอ้าย' : หนูทดลอง

‘ต่อ เจียงฮาย’ : กลับมาได้ไหม อย่าเพิ่งทิ้งกัน