‘ดรีมเมอร์’ : น็อคเอ้าท์ยกแรก แววรุ่งหรือร่วง!

ผ่านนัดแรกไปแล้วกับการแข่งขันฟุตบอลยูโร่เค้ก ลีก รอบแชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอ้าท์ นัดแรก ของทั้ง 12 ทีม ซึ่งต้องบอกว่ามีทั้งสมหวัง ผิดหวัง และยังมีลุ้นกันในเกมที่เหลืออยู่เช่นกัน

จากผลงานในเกมแรกที่ปรากฏ หากแบ่งตามเกรดก็จะมีทั้งโดดเด่น พอได้วัดกันอีก และเหนื่อยมากหากอยากทะลุรอบมินิลีก ซึ่งนั่นแหละคือมนต์เสน่ห์ของเกมลูกหนัง โดยเฉพาะกับเกมแบบน็อคเอ้าท์ ซึ่งผู้ชนะจากการรวมผลสองนัดเท่านั้นที่จะได้ลุ้นต่อไป

จากเกม 6 คู่ ใน 2 กลุ่ม ทั้ง เอ และ บี เมื่อวันเสาร์ที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา มีทีมเจ้าบ้านคว้าชัยไป 4 ทีมด้วยกัน โดยเริ่มที่ มาแชร์ ชัยภูมิ เอฟซี ที่เปิดบ้านเชือด จันทบุรี เอฟซี แบบเฉียดฉิว 3-2 ซึ่งแม้จะเป็นชัยชนะในบ้าน แต่ทีมของ “โค้ชชู” ชูเกียรติธน ยศภัทร์หนูสลุง ก็ยังมีการบ้านให้ขบคิดกับการเสีย 2 ประตูในบ้าน ซึ่งเป็นผลให้ฝั่งจันทบุรี มีอะเวย์โกลตุนไว้ถึงสองลูก หาก “กระทิงป่า” กลับไปชนะในบ้านได้ 1-0 ก็จะได้เป็นฝ่ายเฮทีหลังดังกว่าไป น่าติดตามทีเดียว

ด้าน ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เป็นอีกทีมที่สมหวังในเกมแรก และจะบอกว่าผลงานเด่นสุดใน 12 ทีมทั้งหมด ก็คงจะได้ เพราะผลงานเด็ดสะเด่าเหลือเกิน หลังถล่มเชียงราย ซิตี้ ไม่ไว้หน้า 4-0 ทำให้เป็นงานง่ายของ “ลำดวนเพลิง” ในเกมที่สอง และโยนความกดดันไปให้กับ “โค้ชยิ่ง” นันทวัฒน์ แทนโสภา แม้จะได้เปรียบในการเล่นในบ้าน แต่สกอร์ที่ขาดลอยเกินไป น่าจะทำให้พวกเขาพยายามมากหน่อย

อีกทีมคือ นาวิกโยธิน ยูเรก้า เอฟซี ที่กุมความได้เปรียบพอสมควร จากการล้มทีมแกร่งจากบางกอกอย่าง ม.นอร์ทกรุงเทพ ได้อย่างหวุดหวิด 1-0 ก็คงยังชะล่าใจไม่ได้ซะทีเดียว เพราะในเกมเยือน “อาชาผยอง” ไม่ใช่งานง่ายของพวกเขาแน่ๆ

ส่วนทีมสุดท้ายในบรรดา 4 ทีม ที่มีลุ้นรุ่ง นั่นก็คือเมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ที่เผด็จศึกในบ้านให้สบายใจได้ก่อน หลังเชือดเมืองเลย ยูไนเต็ด 2-0 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางด้าน “นับรบเมืองเซไล” ยังหวังจะกลับไปสร้างเซอร์ไพรส์เกมในบ้านได้ นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องเอาชนะ “ค้างคาวมหากาฬ” ให้ได้ถึง 3-0 เลยทีเดียว ถือว่าเป็นงานยาก

ในส่วนของทีมที่มีแววร่วง เพราะดันพลาดท่าพ่ายคาบ้านในเกมแรก อย่าง คาเดนซ่า สตูล ยูไนเต็ด ซึ่งเปิดรังแพ้ต่อ บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ 0-1 และ สมุทรปราการ เอฟซี ซึ่งโดน เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด บุกมาลูบคมก่อน 1-0 ก็คงจะเป็นเรื่องที่หนักหน่อยในเกมนัดสอง กับการบุกเยือน แต่ถึงแม้จะมีแววร่วงก็คงจะบอกไม่ได้ซะทีเดียวว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสสมหวังเข้าสู่มินิลีก เพราะเกมลูกหนังอะไรก็เกิดขึ้นได้หมดทุกหน้า

ถือเป็นรอบสังฆกรรมแข้งที่น่าติดตามในทุกๆเกมที่จะเริ่มประชันกันในวันที่ 1 ต.ค. ที่จะถึงนี้ ทั้งหมด 6 คู่ 6 สนาม กับ 4 ภูมิภาค เพื่อค้นหาเพียง 6 ทีมเท่านั้น ที่จะทะลุเข้าสู่รอบมินิลีก เพราะเฟ้นหาอีก 5 คลับลูกหนังรากหญ้า เลื่อนชั้นไปสู่ยูโร่ เค้กลีก โปร หรือไทยลีก 3 ในปีหน้า

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเกมการแข่งขันที่กล่าวถึงจะเป็นเกมที่สนุก มันส์ และตื่นเต้น ตลอด 90 นาที และที่สำคัญหวังจะให้เป็นเกมการแข่งขันที่ขาว ใส บริสุทธิ์ สุดสะอาด ไร้มลทินลูกหนัง และขออย่าให้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดเป็นข่าวดังโครมในภายหลังให้ชวนละเหี่ยใจอีกหล่ะ! ไม่ได้มองโลกในแง่ลบ แต่บอลไทยมันเคยเกิดขึ้นแล้วสิ…

ดรีมเมอร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

'เอ ปากพนัง' : กองหน้าไทย ผลิตไม่ทันใช้

'หมอลูกหนัง' : แชมเปียนส์ลีกสีขาว

‘เอ ปากพนัง’ : เเข้งไทยต้องคิดเเบบ “เมสซี่เจ”

'ดรีมเมอร์' : มันส์ยกร่อง!!