‘เกล็ดบูรพา’ : โปรเจกต์ดีๆ แสดงพลังนักบอลอาชีพ


เห็น “ตูน บอดี้แสลม” ศิลปินนักร้องระดับซุปเปอร์สตาร์ ผุดโปรเจกต์ที่น่าตีมือชื่นชมในชื่อ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อระดมทุนหาเงินบริจาคให้ 11 โรงพยาบาล ทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งที่ร็อคเกอร์ชื่อดังทำนั้นไม่เพียงแต่เป็นการหล่อหลอมน้ำใจคนไทยให้รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่เขายังปลูกฝังให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเอง และเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมากขึ้น และที่สำคัญคือการปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จักการทำความดี

ขณะที่วงการลูกหนังก็มีให้เห็นอยู่ตลอดกับบรรดานักเตะซุปตาร์ระดับโลก ที่แบ่งเงินรายได้ 1% ของตนเอง ช่วยบริจาคให้องค์กรช่วยเหลือต่างๆ พร้อมกับหันมารณรงค์ให้บรรดาเพื่อนร่วมอาชีพเล็งเห็นความสำคัญของการร่วมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในพื้นที่ต่างๆที่พากันเดือดร้อนอย่างมากมาย อย่างที่ ฆวน มาต้า เพลเมกเกอร์ของแมน ยู ที่เดินทางกับภรรยาไปที่สลัมในมุมไบ ประเทศอินเดีย

โดย มาต้า บอกว่า “หนึ่งในบทเรียนแรกๆที่ผมได้เรียนรู้มาจากฟุตบอลคือต้องร่วมมือกันเป็นทีมเพื่อคว้าชัย วลีนี้ติดตัวเราลงสนามไปด้วย แต่เราเห็นวลีนี้มีบทบาทต่อส่วนที่ส่งผลถึงสังคมไม่มากนัก ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ที่มีความเห็นแตกต่าง แต่เราสามารถสร้างแนวทางร่วมกันเพื่อให้ฟุตบอลได้ตอบแทนกลับสู่สังคมได้”

ซึ่งในครั้งนั้น มาต้า มอบเงินช่วยเหลือพร้อมกับพบปะผู้คนในพื้นที่นั้น สร้างแรงบรรดาลใจให้กับเยาวชนผู้ยากไร้ เยียวยาจิตใจด้วยกีฬาลูกหนัง จนก่อเกิดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ชายคนหนึ่งพอจะเนรมิตขึ้นได้ แม้ในระยะเวลาอันสั้นที่เขาจะได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตตรงนั้น

หันมองย้อนมาที่วงการฟุตบอลไทยของเราบ้าน ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดี เพราะนักเตะหลายๆคนก็พยายามร่วมมือกันสร้างโปรเจกต์ดีๆให้เกิดขึ้นแก่สังคมไทยเรา อย่างที่ สหภพ เนาวบุตร นักเตะจาก ปลวกแดง ระยอง ยูไนเต็ด ทีมในไทยลีก 4 ก็ได้ร่วมกับเพื่อนๆนักเตะส่วนหนึ่ง นำเสื้อแข่งขันของตนออกมาประมูลหารายได้สมทบทุนจัดโครงการฝึกทักษะฟุตบอลให้กับเด็กเยาวชนที่บ้านเกิดตนเองที่ จ.ศรีสะเกษ ในชื่อโครงการ “หว่านเมล็ดกล้าลำดวน ฟุตบอลคลีนิก”

เป็นที่น่าสนใจว่าโครงการนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ซึ่งก็พยายามพัฒนาโครงการเรื่อยมาตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มตั้งไข่ โดยช่วงเวลาปิดฤดูกาลของนักฟุตบอลก่อนเริ่มซีซั่นใหม่ แปรเปลี่ยนจากการเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวเป็นการสละเวลาส่วนตัวเตรียมจัดโครงการที่ใช้เวลาร่วมเดือนในการประมูลหาเงิน และกำหนดจัดโครงการระยะเวลา 2-3 วัน เกือบทุกปี

ทุกวันนี้นักฟุตบอลบ้านเรานั้นเงินเดือนพุ่งสูง แต่ก็ยังไม่มหาศาลมากเทียบเท่าต่างประเทศ หากจะให้แบ่งเงินมาช่วยสังคมก็คงจะคิดหนัก ไหนจะครอบครัวที่ต้องดูแล นั่นจึงเป็นที่มาของการมอบเสื้อแข่งขันของตนเองในฤดูกาลนั้นๆ เพื่อให้แฟนบอล แฟนคลับได้ร่วมกันทำบุญ นี่จึงเป็นการร่วมมือกันของคนในวงการลูกหนังที่ทุกฝ่ายได้ความสุขจากการให้

และในห้วง 2-3 วันของการจัดโครงการนั้น “สหภพ” เผยว่า “เงินทุกบาทที่เป็นรายได้จากการประมูล รวมถึงแฟนบอลที่มอบเงินมาสนับสนุนโครงการฯ นั้น แปรสภาพเป็นงบในการจัดฯ ทั้งจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ลูกฟุตบอลที่ใช้ฝึกซึ่งเมื่อเสร็จโครงการก็มอบให้ทุกโรงเรียนไปใช้แบบไม่มีเม้ม เลี้ยงดูอาหารกลางวัน น้ำดื่ม น้ำหวาน ขนมนมเนย หรือแม้กระทั่งเสื้อกิจกรรม เราดูแลทุกๆอย่าง นอกจากนั้นยังมีทุนการศึกษา 20 ทุนที่มอบให้กับเด็กเรียนดี กีฬาเด่น”

สิ่งต่างๆเหล่านี้ ที่ สหภพ และเพื่อนๆทั้งในวงการลูกหนังอาชีพและบรรดาวิทยากรจิตอาสา มาร่วมสอนฟุตบอลให้กับเด็กเยาวชนนั้น ไม่เพียงแต่เป็นการฝึกคนเพื่อเป็นทรัพยากรลูกหนังในอนาคตเท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้ยังมีความหมายในการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ รู้จักการแบ่งปันด้วยการทำความดีเพื่อคนอื่น และสละความสุขส่วนตนเพื่อความสุขส่วนรวม

นี่แหละครับโครงการเล็กๆของกลุ่มนักฟุตบอลตัวเล็กๆ แต่แฝงไปด้วยความยิ่งใหญ่ในการให้ ไม่ต้องถึงกับหาเงินบริจาคหลายร้อยล้านเหมือนโครงการของพี่ตูนหรอกครับ แค่คุณสละเสื้อหนึ่งตัวที่มอบให้โครงการไปประมูลก็เพียงพอกับการมอบโอกาสดีๆให้แก่หลายร้อยชีวิตในแต่ละปีแล้ว

หรืออาจจะมอบโอกาสให้สังคมในรูปแบบอื่นๆตามแบบตนเองก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ขอเพียงแค่คิดได้ และกล้าทำ…

เกล็ดบูรพา

บทความที่เกี่ยวข้อง

EXCLUSIVE : 'เบนจามิน ตัน' บริหารการเงินสโมสรอย่างไรให้ยั่งยืน

Reserve Team 2018 : ทีมบี เวทีแจ้งเกิดเหล่าดาวรุ่ง

'อุ้ยอ้าย' : หนูทดลอง

‘ต่อ เจียงฮาย’ : กลับมาได้ไหม อย่าเพิ่งทิ้งกัน