‘ต่อ เจียงฮาย’ : กลับมาได้ไหม อย่าเพิ่งทิ้งกัน

โลกมันก็หมุนตามปกติของมัน แต่…ผมคิดว่าทุกวันนี้โลกมันหมุนเร็วขึ้นกว่าเดิม ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ผมกำลังจะสื่อถึงก็คือ วงการฟุตบอลเมืองไทย ที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมากกมาย ยังเป็นเรื่องที่ยิ้มได้เพราะเกือบทั้งหมดเป็นทิศทางเชิงบวก ก็ขออนุญาตนำเรื่องใกล้ตัวมาเล่าสู่กันฟังละกัน

4-5 ที่แล้วเวลาไปสนามฟุตบอลสิ่งที่ผมต้องเห็นคือ มีคนหยิบ นสพ.สยามกีฬา มาอ่านเป็นภาพที่ชินตา โดยเฉพาะในต่างจังหวัด นสพ.สยามกีฬาขายดีมากๆ แต่ในปัจจุบันทุกคนหยิบมือถือขึ้นมาเสพข่าวแทน เรียกได้ว่า หมดยุคของหนังสือพิมพ์ไปแล้ว แม้ว่าบางคนจะบอกว่ามันมีความคลาสสิค แต่ความคลาสสิคถ้าทำแล้วขาดทุน ก็เลิกเถอะครับ

อย่างสมัยที่ผมเป็นนักข่าวอยู่สื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ เวลาออกไปทำข่าวต่างจังหวัดแต่ละทีมก็โทรเรียกหาให้ไปช่วยทำข่าว มีการเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี แถมมีซองให้เป็นของกำนัลกลับบ้าน แต่ปัจจุบันกลายเป็นว่านักข่าวต้องวิ่งเข้าหา หรือซองที่เคยมีให้ ก็ใช้ระบบโอนเข้าบัญชีไปเลย มันก็สะดวกไปอีกแบบ แต่ความสนิทชิดใกล้อาจจะไม่มีเหมือนแต่ก่อน

มาเข้าประเด็นที่ผมจะพูดถึงเลยละกัน ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้กันของคนในวงการฟุตบอล หากอยากส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ เพียงแค่มีเงิน 3 ล้านก็ส่งทีมได้แล้วโดยไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งในฟุตบอลถ้วยพระราชทาน หลายทีมในระบบฟุตบอลอาชีพบ้านเราก็ใช้เส้นทางนี้มา และยังมีอีกหลายๆทีมพยายามใช้วิธีการนี้แต่ทำไม่สำเร็จ เรียกได้ว่าใครๆก็อยากส่งทีมแข่ง

ภาพเหล่านั้นเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่กี่ปีนี้เอง แต่ปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ หลายๆทีมเริ่มถอดใจในการทำทีมฟุตบอล ในรอบปีที่ผ่านมามีทีมฟุตบอลพาเหรดหยุดพักการทำทีม ถึงขนาดบางทีมก็ยุบไปเลย เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าแปลกพอสมควรในยุคที่ฟุตบอลไทยกำลังเดินไปข้างหน้า ทุกอย่างดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ปัญหาต่างๆของแต่ละทีมเรื่องการจัดการบวกกับกฎเกณฑ์ที่มากขึ้นของสมาคมฟุตบอลฯ ทำให้หลายทีมไม่พร้อมในการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน เท่าที่นับจำนวนดูในตอนนี้ก็แตะเลขสิบไปแล้ว และผมเชื่อว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน

ที่พูดมานี้ไม่ได้ชี้ช่องให้ สมาคมฟุตบอล ลงมาแก้ปัญหา เพราะเป็นหน้าที่ของสมาคมฟุตบอลในการพัฒนาระบบฟุตบอลอาชีพให้ดีขึ้นไป ลุยไปข้างหน้าเลยครับ แต่อยากกระซิบบอกทีมที่กำลังท้อหรือถอดใจไปแล้ว ให้มีกำลังใจในการปรับตัวให้ทัน การบริหารงานของสมาคมฟุตบอลชุดนี้ เชื่อผมเถอะครับ ทีมไหนมีปัญหาจริงๆ เข้าไปหาสมาคมเพื่อให้เขาชี้แนะ ผมว่าสมาคมก็ช่วยเต็มที่แน่นอน แต่เท่าที่รู้มาแต่ละทีมยังไม่ค่อยจริงจังกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้สักเท่าไร

ทุกอย่างมันมีทางออกเสมอ อย่าเพิ่งทิ้งหนีกันไปไหนเลย อีกอย่างก็นึกสงสารแฟนบอลใจจังหวัดของท่านๆ พวกเขากำลังจะไม่มีฟุตบอลดีๆได้ดูกัน โดยเฉพาะเยาวชนจะมีโอกาสได้ซึมซับบรรยาการดีๆของการแข่งขันฟุตบอลอาชีพได้ที่ไหน

กลับมาเถอะครับสมาชิกทั้งหลาย ผมอยากเห็นทุกจังหวัดในประเทศที่ผมยืนอยู่มีฟุตบอลแข่งทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ระดับไหน ฟุตบอลอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่ฟุตบอลให้สิ่งดีๆกับหลายชีวิต…

ต่อ เจียงฮาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

หวั่นมีปัญหา! เชียงใหม่ดรีมถอนชื่อ “จ่าต๊อบ” ลุยไทยลีก 5 เหนือ

PREVIEW THAILEAGUE 4 (CPL) : กลุ่ม B นัดสอง (22 กันยายน 2018)

ช้อยส์เดียว! แม่ทัพ "ดาบหัก" ประกาศกร้าวเดินหน้าล่า 3 แต้มทุกนัด

สู้ทุกนัด! "เฮียเต็ก" รับแข้งยโสธรล้าจากรอบเพลย์ออฟเชื่อยังพอมีลุ้น